คุณนพวัฒน์ ชัยประคอง
  แม่ชีทศพร  เทวาพิทักษ์ธรรม
  คุณวรยุทธ พิชัยศรทัต
  รศ.ดร.ปรียา ลีฬหกุล
  ผศ.ดร.อุษณีย์ อนุรุทธ์วงศ์
  คุณโฆสิต สุวินิจจิต
  คุณศุภกิจ เมฆอำนวยชัย
คุณศุภกิจ เมฆอำนวยชัย

ส่วนใหญ่รู้จักกันในนาม ป๊อก เชลซี จนติดอันดับช่างผมมือหนึ่งของเมืองไทย ย้อนไปในอดีตประมาณ 30-40 ปีที่ได้ไปเรียนต่อที่อังกฤษอยู่ที่ Cambridge ซึ่งเป็นเมืองแห่งการศึกษาโดยเฉพาะช่วงแรกไปเรียนภาษาก่อนที่จะเข้า College แล้วถึงเรียน Designing ที่ Cornel College Fashion ด้าน Fabric design พอเรียนจบพบว่าเราไม่ประสบความสำเร็จในสิ่งที่เรียนมา เพราะการจะเป็น designers ได้นั้น ถ้าไม่มีเงินมากพอที่จะ support ตัวเอง หรือมี Backup ให้การสนับสนุน เราไม่สามารถจะเป็น designers ขึ้นไปโชว์บน cat walk เมืองนอกได้

เลยหันมาเรียนวิชาชีพแทนจึงไปเรียนที่ vidal sasson ใช้เวลาเรียนทำผมประมาณ 6-7 เดือน พอเรียนจบจะมีคนมาติดต่อให้ไปเป็นช่างประจำร้าน Head-hunter เป็นร้านแรกที่ประจำแต่ยังไม่ได้เป็นช่างทำผมทันที เริ่มเป็น First operator ก่อน แล้วขยับขึ้นไปเป็น second year operation 2 ปี เป็น Junior 1 ปี senior อีก 1 ปี รวม 4-5 ปีถึงจะเป็น Trainee พอปีที่ 6-7 ถึงจะได้ตัดผมหรือที่เรียกกันว่า stylist รวมระยะเวลาที่ทำงานเป็นช่างทำผมอยู่ที่อังกฤษรวม 10 ปี เปลี่ยนมา 3 ร้าน เป็นตั้งแต่ Floor Manager, Manager และ Shop Manager ร้านแรกเป็นที่ที่เราเริ่มต้นทำงาน ส่วนร้านที่สองคือ การกลับไปอยู่vidal sasson อีกครั้งในฐานะ Junior และร้านที่สามเป็นที่สุดท้ายที่อยู่มาตลอดจนกระทั่งกลับเมืองไทยประมาณปี 1980 เป็นช่วงที่ยังไม่มีใครทำสีผมหรือดัดผมเท่าไหร่

ร้านเสริมสวยในประเทศไทยก็มีน้อยมากเลยเลือกที่จะทำงานในสิ่งที่ชอบก่อนคือ ทำแฟชั่นโชว์ คลุกคลีอยู่กับวงการนี้นานพอสมควร ซึ่งพี่นำชื่อเชลซีมาใช้ในการทำงาน คำว่า “เชลซี” ไม่ได้หมายถึงชื่อเมืองเพียงอย่างเดียว แต่ยังหมายถึง New young generation เป็นภาษาที่สวยงามสำหรับ Hight society หรือคนระดับสูง หมายถึง Artist หรือคนที่มี Taste The beattle เพราะคนที่มีชื่อเสียงที่เป็น Artistic ทั้งหลายอยู่ที่เชลซี ฉะนั้นเชลซีความหมายคือ Luxuary artist พี่ถึงนำชื่อนี้เข้ามาใช้

นอกจากเป็นช่างตัดผมพี่เขียนหนังสือและพี่รักงานด้านนี้ พระศรีคเณศคือผู้เริ่มทางสว่างของความสมบูรณ์พูนสุข หลายปีที่พยายามรวบรวมประวัติศึกษาของเทวตันตระนิกายและฮินดูนิกายนี้มานาน จนผลิตผลงานหนังสือพระศรีคเณศขึ้น เทวนิกายปาง และคาถาสวดบางบทโน้มน้าวให้เรามีสติมีความมั่นใจและเชื่อมั่นในตนเอง เวลาที่รู้สึกท้อแท้จะตั้งสมาธิ เพราะถ้ามีสมาธิดีเราจะทำได้ทุกอย่าง ถ้าไม่มีสมาธิเราก็ไม่สามารถจะทำให้คนอื่นดูดีได้ เพราะขาดการใส่ใจในสิ่งนั้นๆ ทุกวันนี้พี่รู้สึกพอใจแล้วกับชีวิตและการทำงานที่เป็นอยู่ แต่สิ่งที่ยังไม่รู้สึกพอคือ การเรียนรู้ ทุกวันนี้พี่ยังศึกษาหาความรู้อยู่ ดูทั้งอินเทอร์เน็ตและอ่านหนังสือ สิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจอีกอย่างคือ หลักพุทธศาสนาที่ว่า “อัตตาหิ อัตตาโน นาโถ” “ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน” ตั้งแต่เล็กจนโตพี่ยึดถือคำนี้มาโดยตลอด แม้กระทั่งเวลาที่ไม่มีเงินเรียนหนังสือ ไม่มีเงินกินข้าว นั่งร้องไห้อยู่คนเดียว จะนึกถึงคำนี้อยู่เสมอ หลักธรรมคำสอนนี้เป็นสิ่งที่คุณตาสอนพี่มาตลอด ทุกวันนี้ก็ยังใช้ได้ผลอยู่ เพราะเราไม่จำเป็นต้องไปพึ่งเพื่อน พึ่งยาเสพติด หรืออะไรก็แล้วแต่ทุกอย่างเป็นสิ่งที่หลอกลวงทั้งนั้น เวลาป่วยไข้ไม่สบายก็ต้องพึ่งตัวเราเอง อย่าหวังพึ่งคนอื่น ที่แน่ ๆ เราสามารถช่วยคนอื่นได้ด้วยการเป็นที่พึ่งให้เขา โดยการให้คำแนะนำ เพราะมนุษย์อยู่ร่วมกันต้องรู้จักมีการเผื่อแผ่กัน เหมือนวงการเสริมสวยบ้านเราที่แต่ละร้านต้องเข้าใจซึ่งกันและกัน เปิดใจให้กว้าง แล้วรวมตัวกันเพื่อมาพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นมาร่วมกันสร้างงานในธุรกิจเสริมสวยบ้านเรา ให้เติบโตไปไกลกว่านี้”